การจัดส่งสินค้า ที่ไม่ล่าช้า

Share :

การจัดส่งสินค้า ที่ไม่ล่าช้า



การจัดส่งสินค้าที่ดีมีหลาย ๆ องค์ประกอบที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สินค้าจากเราจนถึงลูกค้าต้องถูกต้องครบถ้วนทุกขั้นตอน การจัดส่งของจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อทั้งฝั่งร้านค้าต้องดูแลแต่ละขั้นตอนให้ครบและฝั่งลูกค้าที่ต้องให้ความร่วมมือให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อไม่เป็นการล่าช้าทั้ง 2 ฝ่าย เราไปดูขั้นตอนในแต่ละฝั่งกันดีกว่าค่ะว่าต้องทำขั้นตอนไหนบ้าง

 

     ฝั่งร้านค้า

1.มีสินค้าพร้อมส่งเสมอ

     หมั่นตรวจสอบสินค้าในสต็อกว่ายังมีคุณภาพดีไม่หมดอายุ หรือ แตกหัก และทำการนับสต็อกอยู่อย่างสม่ำเสมอ จากนั้นควรอัพเดตจำนวนสต็อกในระบบหลังร้านให้มีตรงกับสต็อกสินค้าที่มีอยู่จริง ไม่ควรใส่สต็อกที่จำนวนสินค้าที่เกินจริง เพราะหากเป็นช่วงที่มีการซื้อสินค้ามากขึ้นสินค้าอาจจะไม่พอกับความต้องการของลูกค้า และอาจจะทำให้จัดส่งได้ไม่ทันภายในเวลาที่ร้านกำหนดและหากส่งสินค้าไม่ทัน อาจทำให้ลูกค้าขอเงินคืน และให้คะแนนความพึงพอใจต่ำ ซึ่งกระทบกับคุณภาพร้านค้า

 

2.ตรวจเช็คสินค้าก่อนแพ็ค

     เพื่อลดความเสี่ยงในการส่งสินค้าผิดพลาดและลดจำนวนการขอเงินคืนของลูกค้า ร้านค้าต้องทำการตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าตั้งแต่หยิบสินค้าออกจากสต็อก เมื่อนำสินค้าลงกล่องแล้วก็ควรทำการตรวจเช็คสินค้าว่าถูกต้องครบถ้วนตามรายการที่ลูกค้าสั่งซื้อหรือไม่

 

3.พิมพ์ที่อยู่ถูกต้อง

    สินค้าสูญหายระหว่างจัดส่ง สินค้าส่งไม่ถึงลูกค้า สินค้าถูกตีกลับ มักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเขียนชื่อ-ที่อยู่ผู้รับไม่ถูกต้อง ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจนำไปสู่การขอเงินคืนจากลูกค้าและคะแนนความพึงพอใจที่ลดลง ทำให้ร้านค้าสูญเสียรายได้

 

4.จัดส่งภายในเวลา

     ระยะเวลาในการจัดส่งมีส่วนสำคัญที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ลูกค้าสั่งสินค้าแล้วควรจัดส่งให้เร็วที่สุดและควรแจ้งเลขพัสดุให้กับลูกค้าเสมอ เพื่อดึงความน่าไว้ใจเอาไว้ว่าร้านค้าได้ส่งสินค้าให้ลูกค้าแล้ว

 

     ฝั่งลูกค้า

1.ชื่อ, ที่อยู่และเบอร์โทรต้องถูกต้อง ครบถ้วน

     ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรเป็นสิ่งสำคัญที่ลูกค้าควรมีให้กับร้านค้า เพื่อสินค้าที่ส่งจะไม่เจอกับปัญหาการโดนตีกลับ ซึ่งจะทำให้เสียเวลา เสียเงินเพิ่ม ถ้าลูกค้าให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วยก็จะทำให้ลูกค้าได้สินค้าที่ถูกต้องและรวดเร็ว

 

 

 

 

2.ขอเลขพัสดุจากร้านค้า

     เมื่อถึงกำหนดเวลาที่ร้านค้าตกลงว่าจะส่งสินค้าแล้ว เราควรขอเลขพัสดุจากร้านค้าเพื่อเป็นการการันตีว่าสินค้าที่เราสั่งนั้นกำลังถูกส่งมาและสามารถนำเลขพัสดุนั้นไปเช็คได้ว่าสินค้าที่เราสั่งนั้นถึงที่ไหนแล้ว

 

     อย่าไรก็ตามถ้าทั้งฝั่งร้านค้าและฝั่งลูกค้าทำตามขั้นตอนข้างต้นก็จะทำให้ทั้งทางร้านค้าและลูกค้านั้นไม่พบเจอกับปัญหาที่มาจากการสั่งออนไลน์ค่ะ

ด้วยความปรารถนาดีจาก Mannature

ขอบคุณข้อมูลจาก weloveshopping

Created : 15-05-2019


บทความที่น่าสนใจ

ระวังโรคภัยช่วงหน้าร้อน
วิธีแก้ง่วงแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งกาแฟสักแก้ว!



Adsense SEOlnwza