บทความ


ระวังโรคภัยช่วงหน้าร้อน

          กรมควบคุมโรค ออกประกาศกรมควบคุมโรค เตือน 5 กลุ่มโรคในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ทั้งฮีทสโตรก โรคอุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ โรคบิด อหิวาตกโรค ไทฟอยด์ ไข้เลือดออก พิษสุนัขบ้า หมอกควัน และการจมน้ำ

          นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้ระมัดระวังการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้น จึงออกประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2562 ซึ่งโรคและภัยสุขภาพที่มีแนวโน้มจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในฤดูร้อน แบ่งเป็น 5 กลุ่มคือ

 

กลุ่มที่ 1. โรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากอากาศร้อนโดยตรง

     ได้แก่ การเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อน เกิดจากร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกายได้ พบได้บ่อยในผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน เช่น เล่นกีฬา ฝึกทหาร เป็นต้น

 

กลุ่มที่ 2. โรคและภัยสุขภาพที่เป็นผลจากอากาศร้อนแล้งและแดดจ้า

     ได้แก่ ผลกระทบต่อสุขภาพจากปัญหาหมอกควัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งประชาชนมีความเสี่ยงเจ็บป่วยจาก 4 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตาอักเสบ และโรคผิวหนังอักเสบ

 

กลุ่มที่ 3. โรคติดต่อ

     ที่พบมากขึ้นในฤดูร้อนมีโรคสำคัญ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง จากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อโรคต่างๆ เข้าไป โรคอาหารเป็นพิษ มักพบในอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ นมที่ยังไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ รวมถึงอาหารที่ทำไว้ล่วงหน้านานๆ อาหารที่ไม่ได้อุ่นก่อนรับประทาน  โรคบิด เกิดจากเชื้อบิดซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียหรืออะมีบา ติดต่อโดยการรับประทานอาหาร ผักดิบ หรือน้ำดื่มที่มีเชื้อเหล่านี้ปนเปื้อน อหิวาตกโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ติดต่อจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป ไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย เกิดจากเชื้อไทฟอยด์ ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย สามารถติดต่อได้โดยรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ

 

กลุ่มที่ 4. โรคติดต่อที่มีรายงานการระบาดอย่างต่อเนื่อง

     ได้แก่โรค ไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี มียุงลายเป็นพาหะ โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากการรับเชื้อไวรัสจากน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทุกชนิด ส่วนใหญ่เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลที่สัตว์กัดหรือข่วน

 

กลุ่มที่ 5. ภัยสุขภาพในฤดูร้อน

     ได้แก่ การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยเฉพาะช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน (มี.ค.-พ.ค.) ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กเล่นตามลำพัง

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก Mannature

ขอขอบคุณข้อมูลจาก MGR Online

โรคร้ายที่มากับการเล่นน้ำช่วงสงกรานต์

          เข้าสู่เดือนเมษายน เดือนที่อากาศร้อนสุดๆ แต่ถึงจะร้อนแค่ไหนก็มีเทศกาลดีๆ ให้ได้เย็นชุ่มฉ่ำอย่างวันสงกรานต์ เป็นเทศกาลแห่งความสนุกสนานที่คนจำนวนมากต่างตั้งตารอ แต่ก็แอบแฝงเอาไว้ด้วยโรคร้ายต่างๆ ที่มาพร้อมกับการเล่นน้ำสงกรานต์ มีโรคอะไรกันบ้างมาดูกันค่ะ

 

1. โรคอาหารเป็นพิษ โรคท้องร่วง โรคอหิวาตกโรค

ช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่อากาศร้อน เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของกะทิ หรือนม รวมถึงการทานอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด ก็อาจทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ โรคท้องร่วง และอหิวาตกโรคได้ทั้งสิ้น ซึ่งโรคเหล่านี้มักมีอาการที่คล้ายกันคือ ถ่ายเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน หากมีภาวะขาดน้ำรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะช็อค หมดสติ และเสียชีวิตได้

 

2. โรคไข้หวัด และปอดบวม

การเล่นน้ำสงกรานต์ทำให้ร่างกายเปียกชื้นเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเล่นน้ำติดต่อกันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ทำให้อุณหภูมิของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากร้อนจัดเพราะอากาศ มาเป็นเย็นจัดเพราะน้ำที่สาดเล่น โดยอาการเบื้องต้นเมื่อเป็นหวัด คือ คัดจมูก น้ำมูกไหล คัดจมูกหายใจไม่ออก คัดจมูก จาม ตัวร้อน น้ำมูกไหลลงคอ หากรู้สึกมีไข้หรือไม่สบาย ควรหยุดเล่นน้ำทันที เพราะจะทำให้อาการรุนแรงยิ่งขึ้น จนอาจเป็นไข้หวัดใหญ่หรือปอดบวมได้

 

3. โรคตาแดง

มีสาเหตุจากน้ำที่นำมาสาดเล่นไม่สะอาด มีเชื้อโรคปะปน เช่น น้ำในคลอง หรือน้ำบาดาล หากน้ำกระเด็นเข้าตาหรือมือที่ไม่สะอาด แล้วเอามือไปขยี้ตา ก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อ และอักเสบบวมแดงขึ้นมาได้ มีอาการเบื้องต้นคือ เคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล ปวดตา เห็นเส้นเลือดในตาชัดเจน

 

4. โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heat Stroke)

โรคที่หลายคนมองข้าม เพราะเข้าใจว่าไม่มีความร้ายแรงอะไร แต่ความจริงแล้ว ฮีทสโตรก สามารถคร่าชีวิตของคุณได้โดยไม่รู้ตัว ฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด คือการเป็นลมจากอากาศร้อน อุณหภูมิของร่างกายจะพุ่งขึ้นสูงจัด เนื่องจากร่างกายระบายปรับตัวได้ไม่ทัน เกิดได้แม้กับคนที่ร่างกายแข็งแรง มีอาการเบื้องต้นคือ ร่างกายร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อออก กระหายน้ำมาก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ ช็อก หมดสติ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

แนะนำว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่พ่อแม่พาลูกออกไปเล่นสาดน้ำกันสนุกสนาน ขอให้ดื่มน้ำบ่อยๆ และควรกลับเข้าที่ร่มบ้าง เพื่อที่ร่างกายจะได้ไม่ร้อนมากเกินไปค่ะ

 

5. โรคผิวหนัง 

มักเกิดขึ้นในหน้าร้อน เพราะรักษาความสะอาดของผิวหนังไม่ดีพอ และติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ หากน้ำที่นำมาเล่นไม่สะอาดก็จะเกิดโรคได้ง่ายยิ่งขึ้น ควรรักษาความสะอาดร่างกายอยู่เสมอ ใส่เสื้อผ้าที่ไม่หนาหรือคับจนเกินไป และระบายอากาศได้ดี โดยโรคผิวหนังที่เกิดขึ้นได้ ได้แก่ กลาก เกลื้อน ผดร้อน ตุ่มใส ตุ่มแดง ตุ่มหนอง ผื่นวงแดง ผื่นจุดสีขาว คันตามจุดอับชื้น หรือเป็นผื่นคัน

 

6. โรคไวรัสตับอักเสบ เอ

โรคไวรัสตับอักเสบเอ เป็นอีกโรคหนึ่งที่จากกับเชื้อโรคในน้ำสงกรานต์ มักเป็นการอักเสบติดเชื้อเฉียบพลัน โดยมีอาการที่พบบ่อย คือ อาการคล้ายโรคหวัด หรือไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ เป็นหวัดปวดหัว มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเนื้อตัว เบื่ออาหาร คัดจมูกมาก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย หลังจากนั้นจะมีอาการดีซ่าน อุจจาระอาจมีสีซีดจากขาดสารสีเหลือง อาจคลำพบ ตับ ม้ามโต หรือมีต่อมน้ำเหลืองด้านหลังลำคอโต คลำได้เจ็บเล็กน้อย

 

          เห็นไหมคะว่า แม้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน แต่ก็มีโรคร้ายซ่อนตัวอยู่มากมาย หากไม่ระวังตัวเอง และดูแลสุขภาพให้ดีๆ เราก็อาจตกเป็นเหยื่อของโรคภัยที่แอบแฝงมากับน้ำสงกรานต์ก็ได้ เพราะฉะนั้น หลังจากเล่นน้ำสงกรานต์เสร็จแล้ว ควรกลับบ้านไปอาบน้ำ สระผม และดูแลร่างกายให้สะอาดและอบอุ่น เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องป่วยรับสงกรานต์

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก Mannature

ขอขอบคุณข้อมูลจาก gedgoodlife

โปรโมชั่น เครื่องฟอกอากาศ Mannature ซื้อ 1 แถมอีก 1 !!!!!

เครื่องฟอกอากาศ ManNature เป็นเทคโนโลยีเครื่องฟอกอากาศจากประเทศเยอรมัน ด้วยเทคโนโลยี EPPO ไส้กรองอากาศระบบ Electrostatic ion ประสิทธิภาพสูงซึ่งมีความละเอียดในการกรองจนได้โมเลกุลที่เล็กมากถึง 0.1-0.3 pm และฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบ Electrostatic Adsorption Pressure ที่สามารถดักจับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่ลอยมาในอากาศ อาทิ ฟอร์มาลดีไฮด์, แบคทีเรีย, ไวรัส, ไรฝุ่น, สารก่อภูมิแพ้ เป็นต้น รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่าง กลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นอับ กลิ่นเหม็นในบ้านให้หายไป ซึ่งเครื่องฟอกอากาศทำงานโดยการดูดอากาศเข้าตัวเครื่องผ่านตัวกรองเพื่อดักจับสิ่งเหล่านี้เอาไว้แล้วปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมาแทน

เครื่องฟอกอากาศเครื่องนี้เหมาะสำหรับเด็ก ผู้ป่วย หรือทุกๆ คน รวมถึงพื้นที่ที่ต้องการความสะอาด เพื่อให้ได้อากาศที่บริสุทธ์ ปราศจากฝุ่นละออง เชื่อโรค หรือแม้แต่สิ่งสกปรกที่เรามองไม่เห็น และด้วยระบบ Plasma Electrostatic พร้อม Active Oxygen และ Titanium Dioxide+ หลอด UV สามารถยับยั้งเชื้อโรคได้ 99.9%  เครื่องฟอกอากาศ Man Nature มีระบบการกรองอัตโนมัติ ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง รวมถึงประหยัดพลังงานเพราะใช้ไฟเพียง 35 วัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับพัดลมแค่ 1 ตัวเท่านั้น

 

คุณสมบัติของเครื่องฟอกอากาศ ManNature

  •  มีระบบกรองหลายชั้นทรงประสิทธิภาพในการกำจัดแก๊สพิษ เช่น อาซีโตน เบนซีน ฯลฯ
  • มีกล่องดักฝุ่นด้วย Plasma Electrostatic ทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์
  • ใช้หลอดยูวีกำลังสูงประหยัดพลังงาน ทรงประสิทธิภาพในการกำจัดแบคทีเรีย
  • อิออนประจุลบและ active oxygen กำจัดกลิ่นและฝุ่นควันได้อย่างรวดเร็ว
  • ดูดอากาศเข้าเครื่องเพื่อฟอกอากาศบริสุทธิ์ได้เป็นปริมาณมาก
  • มีเซ็นเซอร์ปรับความเร็วลมอัตโนมัติ
  • ใช้พัดลม DC แรงสูง กินไฟน้อย ทนทาน
  • มีโหมดใช้งานกลางคืน เงียบและสบาย
  • ไม่ปล่อยโอโซนที่เป็นสารพิษไปทำร้ายเนื้อเยื้อในร่างกาย
  • สามารถกำจัดเชื้อโรคทิ้งได้ถึง 99.9%
  • สามารถกรองแก๊สพิษและโลหะหนักได้ เช่น ไอปรอท ตะกั่ว
  • ระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูงกรองได้ละเอียดเล็กมากถึง 0.1-0.3 ไมครอน
  • ใช้ไฟเพียงแค่ 35 วัตต์เท่านั้น
  • ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง
สตอเบอร์รี บำรุงสายตา สำหรับคนใช้สายตาในการคำนวณ

สตอเบอร์รี่ ผลไม้ที่นิยมทานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งผลไม้ชนิดนี้นอกจากจะมีหน้าตาที่น่ารับประทาน และรสชาติที่อร่อยแถมนิยมนำมาแปรรูปเป็นอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแยม เยลลี่ หรือน้ำผลไม้ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซี และเอสูงมาก แต่ใครจะรู้ว่าผลไม้สีแดงผลเล็กๆนี้ มีประโยชน์มากมายแฝงไว้

 

สตอเบอร์รี่ มีวิตามินเอสูงช่วยในการบำรุงสายตาช่วยป้องกันโรคต้อกระจก ลดอัตราการเสื่อมของจอประสาทตา เพราะปัญหาดวงตามักเกิดจากอนุมูลอิสระ การขาดสารอาหารบางชนิด และกล้ามเนื้อดวงตาเสื่อมสภาพเมื่อมีอายุมากขึ้น แต่สตอเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซี ฟลาโวนอยด์ กรดฟีโนลิก และกรดเอลลาจิก จึงช่วยชะลอกระบวนการดังกล่าวได้ อีกทั้งยังมีโพแทสเซียมช่วยปรับความดันในตาให้เป็นปกติ

 

สตอเบอร์รี่ยังเหมาะสำหรับคนที่ต้องคิดเลขจำนวนมาก เพราะการใช้เครื่องคิดเลขคงไม่พอ ต้องมีสายตาที่ดีชัดเจนเพื่อข้อมูลตัวเลขจะได้แม่นยำและถูกต้อง แถมยังช่วยให้เกิดความชุ่มชื้นต่อลำคอและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

 

นอกจากนี้ สตอเบอร์รี่ยังมีฤทธิ์บำรุงระบบประสาทและสมองให้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำเหมาะแก่การเป็นอาหารของคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ด้วยประโยชน์ที่มีมากมาย หน้าตาที่ชวนรับประทาน สามารถนำไปทำเป็นอาหารได้หลากหลายและรสชาติที่อร่อย ไม่แปลกใจเลยที่หลายๆคนให้ผลไม้ชนิดนี้เป็นราชาแห่งผลไม้

 

ด้วยความปราถนาดีจาก Mannature

PM 2.5 เชียงใหมขึ้นสูงแตะอันดับหนึ่งของโลก ส่งผลต่อสุขภาพจนไม่กล้าหายใจ

PM 2.5 ฝุ่นพิษกลับมาอีกครั้ง "ดอยสุเทพหายไปแล้ว" ประโยคยอดฮิตของชาวเชียงใหม่ในทุกครั้งที่ฤดูเผาป่า มาเยือนในช่วงปลายฤดูหนาวเข้าสู่หน้าร้อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวันที่ชาวเชียงใหม่ พูดประโยคนี้ในวันที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ทะยานขึ้นสูงสุดติดอันดับหนึ่งของโลก

 

ชาวเชียงใหม่และชาวเหนือทั้ง 9 จังหวัดตอนบนของภาค ต่างมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีส้มและหมอกสีขาวอมเหลืองปกคลุมทั่วพื้นที่อย่างหนาแน่น โดยสถานการณ์หมอกควัน และไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งภาคเหนือตอนบน ยังมีความรุนแรงต่อเนื่อง

 

ในช่วงเช้าของวันที่ 12 มีนาคม ค่ามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่ จ. เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และตาก

 

โดยเฉพาะบริเวณ จ. เชียงใหม่ที่มีรายงานว่าค่าดัชนีคุณภาพอากาศโดยรวม ขึ้นสูงสุดติดอันดับหนึ่งของโลกอยู่ที่ 271 โดยมีค่า PM 2.5 อยู่ที่ประมาณ 170 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

 

ส่วนในกรุงเทพฯ เอง กระแสความตื่นตัวเรื่องมลพิษอาจจะลดลงไปบ้าง แต่ในความเป็นจริง ค่าดัชนีคุณภาพอากาศในบางพื้นที่ขึ้นไปถึง 159

 

การกลับมาของฝุ่นพิษ PM 2.5 ส่งผลต่อสุขภาพของชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราควรที่จะป้องกันโดยการเลือกใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถกันฝุ่นนี้ได้ และไม่ควรอยู่ในบริเวณข้างนอกที่ปนเปื้อนไปด้วยฝุ่น PM 2.5 นะครับ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก BBC

วิธีแก้ง่วงแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งกาแฟสักแก้ว!

หลายๆ คนคงเคยมีปัญหากับอาการง่วงของตัวเองในเวลาทำงาน ระหว่างวัน หรือเวลาเรียนโดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศ ซึ่งการง่วงในตอนบ่ายๆ หรือหลังรับประทานอาหารเสร็จ มักจะทำให้เราเสียสมาธิกับการทำงาน เรียนไม่รู้เรื่อง คิดงานไม่ออก ส่งผลงานล่าช้าไปอีกด้วย วันนี้เรามี 6 วิธีแก้ง่วงแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งแม้แต่กาแฟสักแก้วมาบอก รับรองทำแล้วหายง่วงแน่นอนครับ

 

พักสายตา

หากนั่งทำงานในบริเวณที่โล่ง หรือริมหน้าต่าง ให้ลองมองออกไปไกลๆ สัก 20 - 30 วินาที ทุกๆ 20 นาที จะช่วยให้กล้ามเนื้อตาผ่อนคลาย เพราะการที่เราหาอะไรมองจะทำให้สมองเราตื่นตัวตลอดเวลา จะทำให้เราหายง่วงไปได้เยอะเลยครับ

 

ยืดเส้นยืดสาย

สำหรับใครที่นั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ อาจจะทำให้รู้สึกเบื่อ ง่วง ลองลุกยืดเส้นยืดสายสักหน่อย จะช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อย ไม่อ่อนล้า มีแรงในการทำงานต่อ

 

ฟังเพลง

การที่เรานั่งเงียบๆ เป็นเวลานานๆ อาจจะทำให้เราเบื่อ และง่วงนอนได้ ให้สาวๆ หนุ่มๆ ลองฟังเพลงที่ชอบจังหวะดีๆ จะทำให้เรามีสมาธิกับเพลงมากขึ้น เท่านี้ก็จะลืมความง่วงไปเลย

 

กินขนมขบเคี้ยว

นั่งว่างๆ อาจจะทำให้ง่วง ลองหาอะไรทานเล่นดู อาจจะทำให้ความง่วงลดลง สาวๆหรือหนุ่มๆ อาจจะทานมื้อหลักให้น้อยลง และเก็บท้องไว้ทานของทานเล่น เช่น ผลไม้ หรือถั่ว ก็จะทำให้เรามีอะไรทำและลืมความง่วงไปได้ครับ

 

ดื่มน้ำ

การจิบน้ำในระหว่างวันเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะช่วยให้สุขภาพดี แถมไม่อ้วนแล้ว ยังช่วยให้หายง่วงด้วยนะครับ เพราะถ้าร่างกายได้รับน้ำที่เพียงพอจะทำให้ระดับออกซิเจนเพิ่มขึ้นสมองจะตื่นตัวและคิดงานได้ดีขึ้นด้วยครับ

 

เดิน

ถ้าคนไหนที่รู้สึกง่วงมาก ทำยังไงก็ไม่หายง่วงซักที แนะนำให้ลองลุกขึ้นเดินประมาณ 20 นาที จะทำให้สมองตื่นตัวและอาการง่วงจะหายไป เป็นวิธีง่ายๆ ที่สามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งกาแฟเลยครับ

 

          เห็นวิธีแก้ง่วงแล้วไม่ยากเลยใช่มั้ยละครับ แถมไม่ต้องพึ่งกาแฟด้วย แต่การที่จะทำให้เราไม่ง่วงระหว่างวัน สิ่งที่สำคัญที่สุด ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนจะช่วยให้สมองและร่างกายได้พักผ่อน อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก Mannature

ขอขอบคุณข้อมูลจาก trueid

5 วิธีเปลี่ยนนิสัยจากชอบกิน "อาหารขยะ" ให้หันมาเลิฟ "อาหารเพื่อสุขภาพ"

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการกินอาหารคือ หนึ่งในหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพดี ดังคำกล่าวที่ว่า You Are What You Eat! กินอะไรได้อย่างนั้น แต่จะกินแบบไหนล่ะเพื่อให้สุขภาพดี? เรามี 5 วิธีง่ายแสนง่ายที่จะช่วยคุณเปลี่ยนตัวเองจากสายจังค์ฟู้ดมาเป็นสายเฮลตี้กัน

 

1.กินให้ตรงเวลา 

เป็นเรื่องง่ายที่หลายคนทำไม่ได้เพราะคำว่า “รีบ” เลยทำให้อาหารจังก์ฟู้ดตอบโจทย์ เพราะกินง่าย กินสะดวก แต่สิ่งแรกของการจะมีสุขภาพที่ดีได้คือ ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์และกินให้ตรงเวลา เพื่อให้ร่างกายสามารถนำสารอาหารที่ได้ไปใช้ประโยชน์ตรงตามเวลาการทำงานในกลไกของร่างกาย และยังป้องกันไม่ให้เป็นโรคยอดฮิตของยุคนี้อย่างโรคกระเพาะอาหารและโรคกรดไหลย้อนด้วย

 

2.ปรุงน้อยก็อร่อยได้ 

จุดเด่นหนึ่งของจังก์ฟู้ดคือ เต็มไปด้วยรสชาติที่แสนอร่อย หนำซ้ำบางเมนูอย่างพิซซ่ายังให้เราเลือกใส่เครื่องได้ตามใจชอบหรือไก่ทอดที่มาพร้อมเครื่องปรุงช่วยเพิ่มรสชาติ แต่ในขณะที่อาหารเพื่อสุขภาพมักถูกมองว่ามีแต่พืชผัก รสจืดชืด และไม่อร่อย จริงๆ แล้วเดี๋ยวนี้มีอาหารเพื่อสุขภาพมากมายที่ไม่ต้องปรุงมากก็อร่อยได้ โดยอาศัยความสดและคุณภาพที่ดีของวัตถุดิบ ซึ่งการกินอาหารที่ปรุงน้อยจะช่วยลดอาการบวมน้ำที่เกิดจากการกินสารปรุงแต่งรสชาติมากเกินไป และไตทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

3.กินหลากหลายในปริมาณที่เหมาะสม 

อย่างที่รู้ ๆ กันดีว่าจังก์ฟู้ดไม่ได้มีสารอาหารครบถ้วนเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการในแต่ละมื้อ เพราะส่วนใหญ่มักเต็มไปด้วยแป้งและไขมัน ดังนั้น การกินจังก์ฟู้ดเป็นประจำอาจทำให้กลายเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงเป็นโรคขาดสารอาหาร โดยเฉพาะสารอาหารประเภทวิตามิน ดังนั้น ใครเป็นสายเฮลตี้ต้องกินอาหารที่ดีมีประโยชน์และหลากหลาย โดยยึดหลักง่ายๆ ด้วยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทานเนื้อและผักให้สมดุล เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไม่กินมากจนเกินพอดีเพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกาย

 

4.ลดและเลี่ยงอาหารแปรรูป 

ถึงแม้การแปรรูปอาหารไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป แต่อาหารแปรรูปสูงส่วนใหญ่ให้สารอาหารและเส้นใยในปริมาณต่ำ ไม่ว่าจะเป็นฮอตดอก มาการีน ไอศกรีม ขนมขบเคี้ยว ซึ่งให้แคลอรีสูงเกินกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวัน ที่สำคัญยังมีสารปรุงแต่งแฝงมาด้วย เช่น สารกันบูด น้ำตาล และโซเดียมสูง หากคุณไม่สามารถเลิกกินได้ในทันที เช่น หลังกินข้าวทุกมื้อต้องล้างปากด้วยไอศกรีมหรือกินขนมขบเคี้ยวทุกครั้งที่ดูซีรี่ส์ ควรใช้วิธีค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นผลไม้สดหลังมื้ออาหารหรือเลือกขนมที่ทำจากธัญพืชรสธรรมชาติก็ได้

 

5.ดื่มน้ำมากๆ

น้ำ คือ ส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย การดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้วหรือในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันจะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดี เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบไหลเวียนเลือด หรือจะเลือกดื่มเป็นน้ำผลไม้คั้นสด พวก cold pressed ก็จะเพิ่มความสดชื่น และได้วิตามินดีๆ เข้าสู่ร่างกายไปพร้อมๆ กันด้วย

 

ด้วยความปราถนาดีจาก Mannature

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook

สุขภาพดีตลอดทั้งปีด้วย 5 ปัจจัยแสนง่าย

ปี 2562 แปปเดียวก็ผ่านเข้าสู่เดือนที่ 3  แล้วหลาย ๆ คนคงได้ออกไปพักผ่อนและปลดล็อคความเหนื่อยล้าตลอดทั้งปีจากการทำงานในวันหยุดที่ผ่านมากันแล้ว หลังจากนี้ก็อย่าลืมกลับมาดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ โดยวันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ เพื่อเป้าหมายของการมีสุขภาพดี เพื่อเป็นของขวัญให้กับตัวคุณเองในปีนี้ด้วยครับ

1. การพักผ่อนให้เพียงพอ

สิ่งแรกที่ควรตระหนักคือ การพักผ่อนให้มีคุณภาพ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะการพักผ่อนช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้า ปรับสมดุลซ่อมแซมร่างกายที่ใช้งานหนักมาทั้งวัน  รวมถึงกำจัดความเครียดและอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ในร่างกายซึ่งเป็นการลดปัจจัยเสี่ยงต่อการกระตุ้นของโรค NCDs และมะเร็งออกไป ทั้งยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ตามปรัชญาด้านโภชนาการระดับโลกของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น มื้ออาหารที่สมดุลควรประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตร้อยละ 40 โปรตีนร้อยละ 30 และไขมันดีอีกร้อยละ 30 เพื่อให้พลังงานกับร่างกาย แต่ทั้งนี้ก็ควรตระหนักว่าควรรับประทานอาหารและโภชนาการที่สมดุลไม่เกินปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันจึงจะดีที่สุด เพื่อความสมดุลและป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมไขมันส่วนเกินที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วน

3. การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายมีประโยชน์มากเพราะทำให้ร่างกายแข็งแรง เผาผลาญพลังงานและไขมัน นอกจากนั้นยังช่วยเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ซึ่งการวิ่งจะช่วยให้หัวใจแข็งแรงอีกด้วย และยิ่งถ้าหากคุณออกกำลังกายเป็นประจำและสามารถเผาผลาญไขมันทั่วร่างกายได้ดี

4.การดื่มน้ำ

เพื่อสุขภาพที่ดีแล้ว การดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 8 แก้วจะช่วยให้การไหลเวียนของระบบโลหิตในร่างกายดีขึ้น เพราะกว่าร้อยละ 70 ของร่างกายประกอบไปด้วยน้ำ ซึ่งน้ำเป็นตัวช่วยในการขนส่งสารอาหารช่วยกำจัดของเสียในร่างกาย อีกทั้งช่วยในเรื่องการไหลเวียนของโลหิตและยังทำให้เซลล์ของร่างกายทำงานได้เป็นปกติและผิวพรรณดูชุ่มชื้นอีกด้วย

5. การขับถ่าย

การขับถ่ายของเสียนับเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะร่างกายมนุษย์จะสร้างของเสียที่เกิดจากกระบวนต่างๆ ภายในร่างกาย จึงจำเป็นที่จะต้องขับถ่ายของเสียออกมา โดยคำแนะนำในข้อนี้คือการฝึกฝนร่างกายให้รู้จักขับถ่ายให้เป็นประจำ เพราะปัญหาท้องผูกสามารถนำไปสู่โรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย

 

หากแค่มีเวลาปฏิบัติตามแนวทางทั้ง 5 ปัจจัยนี้แล้วรับรองว่าคุณจะได้มีสุขภาพที่ดีขึ้นและความสุขมากขึ้น อีกทั้งได้มีซิกแพคที่สวยงามให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ตัวคุณเองด้วยอีกด้วยครับ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก Mannature

วิ่งแล้ว กินอะไรก็ได้หรอ ?

การวิ่งถือว่าตอนนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ถ้าสังเกตจะเห็นได้ว่ามีงานแข่งขันวิ่งทุกเดือน เช่นมาราธอน การวิ่งเพื่อกาลกุศล เป็นต้น ดังนั้นการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการช่วงก่อน ระหว่าง และหลังแข่งขัน จะช่วยให้นักกีฬาแต่ละคนมีสมรรถภาพดี มีชัยชนะไปมากกว่าครึ่ง เพราะนักกีฬาจะต้องใช้พลังงานมากกว่าคนปกติ จึงต้องกินอาหารในปริมาณที่มากกว่า ถ้างั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า ใน 3 ช่วงเวลาเราควรกินอาหารอย่างไรบ้าง

 

การกินอาหารก่อนการแข่งขัน

  • กินอาหารหลักก่อนแข่ง 2-3 ชั่วโมง
  • กินอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสูง เพื่อเพิ่มการสะสมไกลโคเจน
  • หลีกเลี่ยงกินอาหารไขมัน เค็ม ใยอาหารสูงและอาหารแปลกๆ
  • ก่อนการแข่งขันวิ่ง ประมาณ 15-20 นาที ควรดื่มหรือกิน อาหารที่มีน้ำตาลบ้าง เช่น น้ำหวาน หรือผลไม้รสหวาน

 

การกินอาหารระหว่างการแข่งขัน

  • ถ้าแข่งขันภายใน 30 นาที ไม่ต้องดื่มน้ำอะไรเลย
  • ถ้าแข่งขันเกิน 30-60 นาที ให้ดื่มน้ำเปล่าช่วงพักครึ่ง
  • ถ้าแข่งขันเกิน 2-3 ชั่วโมง ให้ดื่มน้ำเปล่าทีละนิดเป็นระยะ รักษาความสมดุลของน้ำในร่างกาย

 

การกินอาหารหลังการแข่งขัน

  • ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้หวานน้อย
  • กินคาร์โบไฮเดรตภายใน 15 นาที เพื่อไปสร้างไกลโคเจนทดแทน
  • กินอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตสูงจะช่วยฟื้นสภาพร่างกาย
  • กินโปรตีนปกติ แต่กินไขมันให้พอดี

 

นอกจากการเลือกทานอาหารอย่างอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ ให้ถูกต้องแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือการวอร์มร่างกายให้พร้อมก่อนการแข่งขันจริงเพื่อประสิทธิภาพของร่างกายที่สมบูรณ์ครับ

 

ด้วยความห่วงใยจาก Mannature

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

 

ฟักข้าว ทานง่ายได้ประโยชน์เต็มๆ

ฟักข้าวเป็นผักพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะขึ้นชื่อในเรื่องการบำรุงผิวพรรณ ดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคร้าย เต็มไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระที่มีสูง นอกจากนี้ประโยชน์ของฟักข้าวยังมีดีอย่างไรอีกบ้างมาดูกัน

 

1.ฟักข้าว ช่วยบำรุงผิว ปกป้องผิวจากแสงแดด

ในฟักข้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ปกป้องผิวจากแสงแดด ชะลอการเกิดริ้วรอย แก้ปัญหาผิวแห้งกร้านและบำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม

 

2.ฟักข้าว ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ HIV

ฟักข้าวมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ HIV ได้ และยังช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งลุกลาม

 

3.ฟักข้าว ช่วยบำรุงสายตา

ฟักข้าวมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา ปกป้องดวงตาจากโรคต้อกระจก ป้องกันประสาทตาเสื่อม และป้องกันการมองไม่เห็นในตอนกลางคืน

 

4.ฟักข้าว ช่วยรักษามะเร็งชนิดต่างๆ

ฟักข้าวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและมีไลโคปีนสูง ซึ่งไลโคปีนในเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าวเป็นสารต้านมะเร็ง ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานโรคให้แข็งแรง และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

 

5.ฟักข้าว ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

ฟักข้าวมีสรรพคุณในการบำรุงหัวใจให้แข็งแรง และลดไขมัน คอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงป้องกันภาวะไขมันอุดตันเส้นเลือด หรือภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบได้เป็นอย่างดี

 

6.ฟักข้าว ช่วยรักษาเบาหวาน

ผลอ่อนของฟักข้าว ช่วยในการบรรเทาและรักษาโรคเบาหวานได้ โดยจะช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้น้อยลง

 

6.ฟักข้าว ช่วยลดความเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต

ฟักข้าวมีสรรพคุณในการป้องกันเส้นเลือดในสมองแตก เพราะฉะนั้นคนที่ชอบเครียดบ่อยๆ หรือคนที่มีความเสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดในสมองแตกควรทานอย่างยิ่ง

 

ฟักข้าวเป็นผักพื้นบ้านที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันโรคมะเร็ง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อเอดส์ ช่วยบำรุงผิวพรรณ และชะลอวัย เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาประกอบเมนูอาหารทานได้หลากหลายเมนูถือว่าเป็นอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพด้วย เรียกว่าเห็นผลเล็กๆ แบบนี้ แต่ประโยชน์และสรรพคุณกลับเต็มเปี่ยมอย่างมากทีเดียว

 

ด้วยความปราถนาดีจาก Mannature

เมื่อช็อกโกแลตยุคใหม่ กลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ

ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพนั้นเป็นความคิดที่มาจากไอเดียของคาโรลินา พาล์เมอร์ (Karolina Palmer ) เชฟที่หันมาสนใจกินคลีน โดยสิ่งที่เธอสนใจก็คือพวก ซุปเปอร์ฟู้ด (Superfood) หรืออาหารเพื่อสุขภาพและกลุ่มสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลร่างกาย  จนวันหนึ่งเธอได้รับเชิญให้ไปงานเลี้ยงที่ให้แต่ละคนนำอาหารของตัวเองไปเพื่อร่วมแบ่งกันทาน เธอเลยทำช็อกโกแลตทรัฟเฟิลไส้สมุนไพรไปซะเลย โดยใช้โสมอินเดีย (Ashwagandha) หรือ โชวู (He Shou Wu) ไส้เห็ด รำข้าว มะค่า(Maca) โกจิเบอร์รี เมล็ดฟักทอง ปรากฏว่าทุกคนชอบกันมาก

 

คาโรลินา พาล์เมอร์จึงตัดสินใจทำขายเป็นผลิตภัณฑ์ซะเลย ในชื่อ Freaky Health Chocolates โดย 1 แท่ง มีส่วนประกอบทั้งกลุ่มสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลร่างกาย ซึ่งใช้ในวงการแพทย์แผนโบราณของทางตะวันออก รวมถึงสมุนไพรต่างๆ ที่ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใสด้วย

 

นอกจากนี้ยังมี อแมนด้า แชนทัล เบคอน (Amanda Chantal Bacon) เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ Moon Juice ในลอสแองเจลิส “มันมีทั้งแร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ ที่สำคัญคือมันอร่อย” ในอนาคตช็อกโกแลตจะไม่ใช่แค่ของหวานน้ำตาลสูงอีกต่อไป แต่จะเป็นช็อกโกแลตแนวใหม่ที่ใช้กระบวนการผลิตตามแบบอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อคงคุณสมบัติของเมล็ดโกโก้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติเอาไว้ให้มากที่สุด อย่างเช่นผลิตภัณฑ์ล่าสุดของเธออย่าง Deep Chocolate Adaptogenic Protein ผงโปรตีนช็อกโกแลตจากข้าวกล้องคีโตเจนิค และรากมะค่า เป็นต้น

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

สุดยอดอาหารบำรุงหัวใจ ในวันวาเลนไทน์

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต้อนรับวันแห่งความรักในเทศกาลวาเลนไทน์นี้ แพทย์หญิง ซาร่า ซิรนา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหัวใจ  มหาวิทยาลัยโลโยลา  ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำอาหาร 5 อันดับที่จะทำให้หัวใจของคุณแข็งแรง และมีจังหวะการเต้นของหัวใจที่ปกติ  ดังนี้

ถั่วมีเปลือก

การกินถั่วเป็นประจำทุกวันจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โดยเฉพาะถั่วมีเปลือกแข็ง เช่น วอลนัท และอัลมอนด์

ปลา

วาเลนไทน์นี้ สิ่งที่ขาดมิได้ในมื้ออาหารคือปลาแซลมอล ปลาทูน่า แหล่งรวมของโอเมกา 3 ตัวช่วยลดความผิดปกติของจังหวะการเต้นหัวใจ

เมล็ดแฟลกซ์

โดยเฉพาะพันธุ์สีน้ำตาลหรือสีเหลืองทอง ที่อุดมไปด้วยใยอาหาร โอเมกา 3 และสารแอนติออกซิแดนท์

ข้าวโอ๊ต

อาหารเช้าสุดโปรดที่ดีต่อหัวใจ ประกอบไปด้วยใยอาหาร ไนอาซิน โฟเลท และโพแทสเซียม

ผลไม้ตระกูลเบอรี่

สุดยอดของแหล่งเบต้าแคโรตีน ลูทีน วิตตามินซี โฟเลท และใยอาหาร

 

ดูแลคนที่คุณรักแล้วอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีสุขภาพ รวมถึงออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะครับ

 

ด้วยความห่วงใยจาก Mannature สินค้าเพื่อสุขภาพ                                     ขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate.com

ปลุกกระแสเทรนด์ 4.0 ใส่ใจออแกนิค บอกลาสารเคมี
  1. GOODBYE CHEMICALS, HELLO NATURAL : ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการสินค้าที่สดใหม่ มาจากธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง เพราะในปัจจุบันผู้บริโภคไม่กลัวที่จะต้องจ่ายเงินให้กับผลิตภัณฑ์คุณภาพดี ๆ อีกต่อไป เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่จะพิจารณาซื้อสินค้าจากคุณภาพที่สามารถตอบโจทย์และให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้มากที่สุด รวมถึงกระบวนการผลิตที่ต้องน่าเชื่อถือ ซึ่งในอนาคตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มคงจะต้องนำส่วนผสมจากพืชพรรณธรรมชาติมาใช้แล้ว
  2. Localisation : สินค้าจากท้องถิ่นทำมห้ดูมีเรื่องราว มีความสดใหม่จากธรรมชาติ คุณภาพ ความสะอาด และความเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ส่งจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง โดยใช้กำลังการผลิตในครัวเรือน ผลิตในปริมาณไม่มาก อยู่ไม่ไกลจากพื้นที่นัก และมีเรื่องราวที่น่าสนใจ และสร้างสรรค์ เช่น เนยอินเดีย, ช็อกโกแลตแมกซิกัน, งาดำตาฮิติ เป็นต้น
  3. Transparency : สินค้าต้องมีความโปร่งใส ระบุข้อมูลครบถ้วนอย่างตรงไปตรงมา และจริงใจกับผู้บริโภค ปัจจุบันการจริงใจกับผู้บริโภคนั้นกลายมาเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคต้องการข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม สารประกอบที่สำคัญ แหล่งผลิต กระบวนการเพาะปลูก ราคาที่ชัดเจน การรับประกันสุขภาพ ไปจนถึงผลกระทบที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อมและโลก ที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการที่ได้มาตรฐานและความสะอาดจะกลายเป็นปัจจัยที่ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ
  4. Blurred line between food and drugs : ทานอาหารให้เป็นยา ในโลกยุคใหม่ มีนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ให้คุณค่าทางโภชนาการและใส่ส่วนผสมที่บำรุงร่างกาย ตลอดจนรักษาโรคบางชนิดไว้ด้วย รวมถึงกลุ่มอาหารเสริมสุขภาพ และเสริมความงามที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง
  5. Sweeter Balance : ความสมดุลความหวานกับสุขภาพ ใช้สารให้ความหวานจากธรรมชาติแทนน้ำตาล เช่น หญ้าหวาน เป็นต้น ผู้บริโภคยังคงต้องการอาหารที่มีรสชาติอร่อย แต่ปัจจุบันมีสารให้ความหวานจากธรรมชาติหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหญ้าหวาน เด็กซ์โตรส หรืออื่น ๆ เนื่องจากความใส่ใจของผู้บริโภคในด้านความสมดุลระหว่างรสชาติหวานหอมอร่อยและสุขภาพ ทำให้เกิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล เพื่อช่วยลดความแปรปรวนของระดับน้ำตาลในร่างกาย ระดับพลังงานให้สมดุลมากยิ่งขึ้น รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานก็สามารถทานได้
  6. Seed of Change : ผู้บริโภคให้ความสนใจในเมล็ดพันธุ์ต่างๆ และนำมาต่อยอดมากขึ้น อย่างเมล็ดเจียและควินัวนั้น กลายเป็นใบเบิกทางให้แก่เมล็ดพันธุ์อื่น ๆ นำมาซึ่งรสชาติ สัมผัส ของธรรมชาติที่หลายหลาย แถมให้ประโยชน์ต่อร่างกายและมีโปรตีนสูง จนปัจจุบันทำให้บริษัทต่าง ๆ นำมาต่อยอดในรูปแบบต่าง ๆ เช่นการสกัดเป็นน้ำมัน เป็นผง ตลอดจนนำมาแปรรูปเพื่อแทนที่อาหารแบบเดิม เช่น แป้งเด็กจากธัญพืช เส้นสปาเกตตี้จากถั่ว พาสต้าจากควินัว เป็นต้น
  7. Body in Tune : เลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและให้พลังงานเต็มที่แทนอาหารไขมันต่ำ ในปัจจุบันผู้บริโภคจะหันมาเลือกสรรอาหารและเครื่องดื่มที่ให้คุณค่าทางโภชนาการและให้พลังงานอย่างเต็มที่แทนอาหารไขมันต่ำ รวมถึงผู้บริโภคยังต้องการอาหารที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลสุขภาพของผู้บริโภคแต่ละคน อย่างอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาหารสำหรับผู้ที่มีปัญหากระดูกข้อต่อ เป็นต้น
  8. Smart Packaging : บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามบอกคุณสมบัติและข้อมูลครบถ้วน บรรจุภัณฑ์กลายเป็นสิ่งที่ถูกให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบให้สวยงามดึงดูดใจผู้บริโภค สื่อสารคุณสมบัติของอาหาร สะดวกและคุ้มค่าในการจัดส่งแล้ว ในปัจจุบันการพัฒนา Smart Packaging ซึ่งเป็นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถบอกช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับรับประทาน หรือวันหมดอายุได้โดยการเปลี่ยนสี เปลี่ยนรูป เป็นต้น
สร้างภูมิคุ้มกันแบบง่ายๆโดยไม่เสียเงิน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า"การออกกำลังกาย"เป็นยาวิเศษที่ทำได้ง่ายๆ แถมไม่เสียเงิน ที่สำคัญยังช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

  • การออกกำลังกายจะเพิ่มการหมุนเวียนของเลือด  ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาว หมุนเวียนไปยังเซลล์ทั้งร่างกาย และเก็บกินสิ่งแปลกปลอมมากขึ้น
  • หากมีการออกกำลังกายเป็นประจำ จะเป็นการไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ตื่นตัว และจะยังทำงานได้ดีต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายเป็นประจำจะเป็นการกระตุ้นให้ระบบทำงานตลอดเวลา เมื่อมีการออกกำลังกายหัวใจก็จะแข็งแรงขึ้น การหมุนเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น ปอดทำหน้าที่ดีมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเพิ่มมากขึ้นต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ
  • สำหรับคนทั่วไป ควรออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 30 นาที ต่อวัน ทั้งหมด 5 วัน สามารถทำครั้งละ 10 นาที แล้วพัก และทำต่อในรอบที่2 และ 3 อย่างละ 10 นาที รวม 30 นาทีก็ได้ หรือถ้าต้องการออกกำลังกายอย่างหนัก ให้ออกกำลังกาย 75 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ 20 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • การออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายแล้ว ยังส่งผลให้นอนหลับง่าย สมองปลอดโปร่ง ลดความเครียดสะสม แถมยังลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ในระยะยาว

เห็นไหมครับว่าการออกกำลังกายนั้นมีแต่ส่งผลดี แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหมเช่นกัน เพราะร่างกายที่เหนื่อยล้าถึงขีดสุดจะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันลดต่ำลง กลายเป็นเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยไปแทน และที่สำคัญอย่าลืมหาอาหารหรือของมีประโยชน์ที่ดีต่อรางกายทานด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพต่างๆ ด้วยความห่วงใยจาก mannature

 

ขอบคุณข้อมูล: pordeecallcenter.com

อุบัติเหตุทางตาที่วัยทำงานควรระวัง

อุบัติเหตุทางตาที่วัยทำงานควรระวัง

คนวัยทำงานมักจะมีปัญหาเรื่องสายตา เนื่องจากต้องทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานประมาณ 8 - 10 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ทำให้สายตามีการใช้งานมากเกินไป ทำให้มีอาการตาแห้ง ปวดตา ตาพร่าเบลอ และอาการสายตายาวก็มาเร็วกว่าอายุ เพราะการใช้สายตาจ้องเทคโนโลยีนานๆ โดยคนปัจจุบันอายุ 30 ปลายก็เริ่มมีอาการสายตายาวแล้ว

 

โรคตาที่พบบ่อยในวัยทำงาน

1. สายตาผิดปกติ คือ ภาวะที่ทำให้การมองเห็นไม่ชัด อาจเกิดจากสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งอาจแก้ไขได้โดยการใช้แว่นตา คอนแทคเลนส์ หรือเลเซอร์แก้ไขสายตา

 

2. ตาแห้ง เนื่องจากพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ บางคนจำเป็นต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์นาน 8-10 ชั่วโมง ซึ่งอาจเกิดปัญหาตาแห้ง การปวดตาจากการเพ่งสายตา

 

3. โรคต้อลมและต้อเนื้อ ซึ่งเกิดจากการที่เยื่อบุตาขาวสัมผัสกับสิ่งระคายเคือง เช่น ลม แดด ฝุ่น เป็นประจำส่งผลให้เกิดการระคายเคืองและนำไปสู่การเกิดโรค

 

ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับดวงตาซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดจากความประมาท และไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายขณะทำงานดังนั้นถ้ามีอาการเหมือนข้างต้น ควรปรึกษาจักษุแพทย์แล้วอย่าลืมหาอาหารบำรุงสายตาทานด้วยนะครับ ด้วยความห่วงใยจาก mannature