บทความ แมนเนเจอร์ - หน้ากากN95กับ หน้ากากธรรมดา

หน้ากากN95กับ หน้ากากธรรมดา

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

หน้ากากN95กับ หน้ากากธรรมดา



สภาพอากาศแบบนี้ หน้ากากเป็นอวัยวะที่ 33 ของพวกเราไปแล้ว หากใครไม่พกนี้ก็ถือว่าผิดเช่นเดียวกัน เพราะ PM2.5 เยอะมากฝุ่นละอองต่างๆ ก็มากมี วันนี้เราจะมาบอกถึงหน้ากากN95และหน้ากากธรรมดากันครับ

 

ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ทำให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง ซึ่งมีทั้งสวมหน้ากากสีเขียวธรรมดาที่เราคุ้นเคย และหน้ากาก N95 ซึ่งถือเป็นหน้ากากที่ได้รับการแนะนำว่ามีประสิทธิภาพป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ดีที่สุด 

 

หลายคนคงทราบแล้วว่าหน้ากากธรรมดา (Face mask) ที่เราเห็นได้ทั่วไปตามโรงพยาบาลนั้นไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ที่เรากำลังเผชิญได้ แต่บางคนอาจยังไม่ทราบว่าเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น

 

ความแตกต่าง ระหว่าง หน้ากาก ธรรมดาและ หน้ากากN95

แผ่นกรองของหน้ากากธรรมดา มีความละเอียดไม่เพียงพอที่จะป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 (จากการทดสอบของหลายๆ แหล่งระบุว่า สามารถป้องกันได้ประมาณ 60-70% เท่านั้น) ขณะที่หน้ากาก N95 ผลิตจากเส้นใยพิเศษที่สามารถกรองฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนได้ ทำให้ป้องกันฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยป้องกันได้อย่างน้อย 95%

 

หน้ากากธรรมดา ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายละอองจาก “ตัวผู้ใส่” เช่น ไอ จาม เชื้อโรค ไม่ให้กระจายสู่ภายนอก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันการสูดหายใจเข้า  ขณะที่หน้ากาก N95 จะมีการออกแบบที่ปกคลุมมิดชิดมากกว่า จึงสามารถป้องกันเชื้อโรค ฝุ่นละออง สิ่งปนเปื้อนขนาดเล็ก

 

หน้ากาก N95 นั้น บางชนิดก็มี วาล์วระบายอากาศ มีไว้ทำไม?

 

ถือว่าเป็น Option เสริมของหน้ากาก N95 คือ บางชนิดจะมี วาล์วระบายอากาศ ติดอยู่ด้านหน้า โดยวาล์วระบายอากาศนี้ทำหน้าที่ช่วยระบายความร้อนบริเวณใบหน้า ไม่ให้ใบหน้าอบ อับชื้น จนเกินไป โดยวาล์วจะเปิดตอนที่เราหายใจออก และปิดตอนที่หายใจเข้า ทำให้มีประสิทธิภาพในการกรองอากาศเช่นเดิม แต่ระบายอากาศได้ดีกว่า

 

ดังนั้น หน้ากาก N95 ที่มีวาล์วระบายอากาศ อาจจะสำหรับสาวๆ ที่แต่งหน้า ทำให้ไม่ต้องกลัวร้อน หรือกังวลว่าเครื่องสำอางจะเปื้อน รวมถึงคนที่ใส่แว่น เวลาหายใจเข้า-ออกก็จะไม่ประสบปัญหาแว่นเป็นฝ้าอีกด้วย 

 

เรามีหน้ากาก ที่กันฝุ่นละออ่งแล้ว เราจะเห็นได้ว่าหน้ากากแต่ละ อย่างนั้นมีความแตกต่างกันปาก เอาไว้ ฟอกอากาศ หรือ เอาไว หายใจได้สะดวก ในช่วง PM2.5 นี้

หน้ากาก ทั้งธรรมดาและ หน้ากากN95 นั้น ควรใช้กี่วันหรือเปลี่ยนกี่วันเปลี่ยที

คำตอบตรงนี้ หน้าจะชัดเจนสุด ควรเปลี่ยนทุกวัน เพราะ หน้ากาก แต่ละอย่างนั้นสะสม ฝุ่นละอองต่างๆ ไว้เสมอ หากเราใช้นานๆ เข้าแล้วไม่เปลี่ย ฝุ่นก็จะซึมเข้าไปในหน้ากากได้ แต่เราเข้าใจ ว่าบางที่คนเรา งบน้อยไม่เหมือนกัน แต่จะ 3 วันเปลี่ยนทีก็ถือว่า ได้อยู่ แต่ดีที่สุด ควรเปลี่ยนทุกวันนะครับ

ช่วงนี้เราต้องดูแลสุขภาพกันหน่อยนะครับ  หากเรามีอาการไอ จาม บ่อยๆ หรือต้องผ่านในสถานที่ที่มีฝุ่นละอองมากๆ และอยู่ในบ้านยังไม่ปลอดภัยจากฝุ่น เราแนะนำติด  เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ก็ช่วยได้ ประโยชน์ ของ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )  

จะไม่ปล่อยโอโซนที่เป็นสารพิษไปทำร้ายเนื้อเยื้อในร่างกายสามารถกำจัดเชื้อโรคทิ้งได้ถึง 99.9% สามารถกรองแก๊สพิษและโลหะหนักได้ เช่น ไอปรอท  ตะกั่วมีความละเอียดในการกรองได้โมเลกุลที่เล็กมากถึง 0.1-0.3 PMสามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ได้ใช้ไฟเพียงแค่ 35 วัตต์ เทียบเท่ากับพัดลมแค่ 1 ตัวเท่านั้น   รู้อย่างนี้แล้วเราไม่ติด เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )   ไม่ได้แล้วนะ เพราะมันอันตรายจริงๆ สภาพอากาศทุกวันนี้ บอกได้คำเดียวว่า อันตรายจริงๆ 

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

How to ทำอย่างไรให้รอดจาก PM2.5

 

ยับยั้งโรคอันตรายจากฝุ่นPM2.5ด้วยเครื่องฟอกอากาศ

 

PM 2.5 กับการเลือกเครื่องฟอกอากาศ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก honestdocs

Created : 21-01-2020


บทความที่น่าสนใจ

“รอยแตกลาย” รักษาได้ด้วยน้ำมันมะพร้าว
ล้างพิษ ปรับชีวิตใหม่