บทความ แมนเนเจอร์ - ไขข้อสงสัย ทำไมต้อง ? น้ำตาลดอกมะพร้าว

ไขข้อสงสัย ทำไมต้อง ? น้ำตาลดอกมะพร้าว

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

ไขข้อสงสัย ทำไมต้อง ? น้ำตาลดอกมะพร้าว



ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นไว้ก่อนที่จะไปเริ่มกันในบทความนี้ ถึงว่า น้ำตาลดอกมะพร้าว หรือจั่นมะพร้าวจะถูกตัดและมีน้ำหวานไหลออกมา นำน้ำหวานไปเคี่ยวจะได้น้ำตาลคาราเมลที่มีสีคล้ายน้ำตาลแดง ทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วนหรือคนที่เป็นเบาหวาน เพราะมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำและช่วยให้สุขภาพดีมากกว่าน้ำตาลทราย แต่จะดียังไง ทำไมถึงต้องเลือกใช้ ไปชมกันเลย

 

     ในด้านสุขภาพนั้นยังคงเป็นคำถามกับใครหลายๆคน น้ำตาลดอกมะพร้าวไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดเท่าน้ำตาลชนิดอื่น ๆ ดัชนีน้ำตาลของน้ำตาลจากมะพร้าวจัดทำโดยหน่วยงานมะพร้าวในฟิลิปปินส์ ที่คำนวณได้ คือ Glycemic index จะเป็น 35 จาก 10 ตัวอย่างการทดสอบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำ มีการศึกษาที่คล้ายกันโดยมหาวิทยาลัยซิดนีย์วัดดัชนีน้ำตาล ( Glycemic index ) ได้ 54 ซึ่งต่ำกว่าน้ำตาลชนิดอื่น ๆ เล็กน้อย

 

     โดยน้ำตาลดอกมะพร้าวแท้จะได้มาจากช่อดอกอ่อนของมะพร้าว หรือ ภาษาชาวบ้านจะเรียกว่า งวง หรือ จั่น ซึ่งดอกอ่อนที่เอามาทำน้ำตาลได้นั้นจะต้องเป็นดอกที่ยังไม่มีการผสมหรือมีเปลือกแข็งห่อหุ้ม แล้วนำเอาน้ำตาลที่ได้มาแปรรูปให้มีลักษณะเป็นผงเพื่อให้ผู้บริโภครับประทานได้ง่าย สะอาดถูกหลักอนามัยแถมยังไม่มีส่วนผสมของสารเคมี นับได้ว่าเป็นน้ำตาลดอกมะพร้าว “ชาวบ้าน” เป็นการผสมผสานระหว่างอัตลักษณ์ไทยและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว

 

     Mannature เราก็ได้สร้างผลิตภัณฑ์ น้ำหวานดอกมะพร้าว (Coconut Syrup) เป็นน้ำหวานเข้มข้นที่ผลิตจากดอกมะพร้าวธรรมชาติ 100% โดยไม่ใช่วัตถุกันเสีย ไม่เติมสี ไม่แต่งกลิ่น รวมทั้งไม่เจือปนน้ำตาลทรายแดง อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะสำหรับการปรุงอาหาร ได้ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน ขนม ไอศกรีม และเครื่องดื่ม โดยให้ความหอมหวาน กลมกล่อมจากธรรมชาติ สามารถใช้น้ำหวานดอกมะพร้าวทดแทนการใช้น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง ได้เลย

 

     น้ำหวานดอกมะพร้าว จึงได้เป็นตัวเลือกสำหรับใครๆที่ต้องการลดความอ้วนหรือคนที่เป็นเบาหวาน เพราะมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำและช่วยให้สุขภาพดีมากกว่าน้ำตาลทราย และนอกจากนี้ ยังมีน้ำตาลชนิดอื่นๆที่ได้จากธรรมชาติ ดังนี้ 

 

     น้ำผึ้ง ปิดท้ายกันด้วยเครื่องดื่มที่ได้รับฉายา “ยาอายุวัฒนะ” มาแต่โบราณกาล กับ “น้ำผึ้ง” ด้วยสรรพคุณครบครัน ขนขบวนกันมาตั้งแต่วิตามินอี ช่วยบำรุงผิวพรรณสวยงามเต่งตึง และบำรุงเส้นผมให้เงางาม ลดอาการอักเสบและโรคผิวต่างๆ เหมาะกับสาวๆ นอกจากนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระดีๆ แถมน้ำผึ้งยังช่วยบรรเทาอาการหวัด ไอ เจ็บคอต่างๆ ได้อีกด้วย แล้วถ้ามองในแง่สารอาหาร น้ำผึ้งก็จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดี เพราะมีน้ำตาลที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว สาวๆ ที่ออกกำลังกาย หรือสาวๆ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารอย่าลืมหามาทานกันนะครับ

 

     หญ้าหวาน เป็นอีกหนึ่งแหล่งความหวานยอดฮิตของวัยรุ่นในปัจจุบัน เจ้า “หญ้าหวาน” หรือที่เรียกติดปากกันว่า “สตีเวีย” (Stevia) นี้จัดเป็นพืชที่ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 250-300 เท่า แต่กลับให้พลังงานต่ำกว่าน้ำตาล ทำให้หลายคนหันมาบริโภคเป็นตัวเลือกของสารให้ความหวานมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือดเหมือนดอกมะพร้าว แล้วยังช่วยบำรุงตับและสมานแผลภายในร่างกายได้อีกด้วย

 

     หล่อฮังก้วย สำหรับเพื่อนๆ ที่คุ้นเคยกับการรับประทานอาหารจีนย่อมต้องคุ้นกับชื่อเครื่องดื่มแสนหวานแถมดีต่อสุขภาพอย่าง “หล่อฮังก้วย” เพราะเป็นพืชจีนโบราณที่สรรพคุณแน่นปึ้ก ทางการแพทย์ตะวันตกก็ค้นพบว่าหล่อฮังก้วยมีสารต้านอนุมูลอิสระดีๆ อย่างไกลโคไซด์และซาโปนิน ช่วยป้องกันการหลั่งฮีสตามีนตัวร้าย นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงหัวใจให้เลือดไหลเวียนดี ดับพิษร้อนในร่างกายได้ด้วย

 

นอกจาก น้ำหวานดอกมะพร้าว ที่เป็นสารให้ความหวานแล้ว ยังมีสารให้ความหวานชนิดอื่น ๆ ที่น่าสนใจเช่นกัน ได้แก่

 

     แอสปาแตม (Aspartame) มีคุณภาพบัติเป็นน้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ทางเคมี เป็นน้ำตาลที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นจากกระบวนการทางเคมีโดยตรง ซึ่งองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ยอมรับสารแอสปาแตม เมื่อปี ค.ศ. 1980 และอนุญาตให้ใช้แอสปาแตมผสมในน้ำอัดลมได้ในปี ค.ศ. 1983 ซึ่งอาจจะมีรสชาติที่คล้ายกับน้ำตาลอยู่บ้าง อาจจะออกไปทางขมนิดๆ ควรทานในปริมาณที่พอดีกับความต้องการของร่างกาย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ

 

     ซูคราโลส (Sucrarose) ปัจจุบันเป็นที่นิยม เนื่องจากเป็นสารให้ความหวาน ที่ไม่มีแคลอรีแต่มีรสชาติหวานมาก แม้จะเป็นเคมีแต่ไม่มีสารสะสมในร่างกายและองค์การอนามัยโลกยอมรับอย่างเป็นทางการแล้วว่ามีความปลอดภัยเทียบเท่าน้ำตาลจากธรรมชาติ ที่สำคัญมันไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วยหรือระดับอินซูลิน ผู้ป่วยเบาหวานใช้ได้ตามปกติเช่นเดียวกับสารให้ความหวานอื่น ๆ แต่ข้อเสียคือหากใครที่มีความไวต่อคลอรีน อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้

 

     ในการใช้น้ำตาล หรือ น้ำหวานดอกมะพร้าว ก็ควรมีขอบเขตไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกิน และที่สำคัญสามารถนำมาใช้แทนน้ำตาล  เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นภาวะโรคเบาหวานและอยากลดน้ำหนักด้วย อย่างไรก็ตามควรทานในปริมาณที่พอดีและดูแลสุขภาพร่างกายของเราไปด้วย เพื่อสุขภาพที่ดี ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บทความดีๆ ได้ที่นี่ คลิกเลย

 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง : น้ำหวานดอกมะพร้าวออร์แกนิค ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Syrup By ManNature)

Created : 18-07-2019


บทความที่น่าสนใจ

โปรตีนจากพืช VS โปรตีนจากสัตว์